08 ตุลาคม 2559

4 เคล็ดลับ ยกระดับความสมบูรณ์แบบให้ทางเดินในสวน

ทางเดินในสวน เป็นองค์ประกอบสำคัญของสวนที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยให้เราเดินชมสวนได้แบบไม่ต้องกลัวเท้าเปื้อน ช่วยป้องกันไม่ให้เหยียบย่ำทำความเสียหายให้กับพื้นหญ้า และยังช่วยเสริมเติมความสวยงามให้กับบรรยากาศภายในสวนของเราอีกด้วยค่ะ
วันนี้ทีมงานเฌอร่าเลยขอเอาใจเพื่อนๆ ที่มีแผนจะแต่งสวนใหม่ ด้วยเคล็ดลับการทำทางเดินในสวนให้สวยสมบูรณ์แบบและตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกด้าน ง่ายๆ แค่ใส่ใจ 4 เรื่องนี้

1. ตำแหน่ง: การจัดวางตำแหน่งและเส้นทางของทางเดินต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและต้องเชื่อมต่อให้ครบทุกส่วนของสวน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสวนได้อย่างทั่วถึงได้โดยไม่ต้องเดินลัดสนามหญ้า โดยแนะนำให้กำหนดจุดที่เริ่มจากประตูเข้าไปยังด้านในของสวน หรืออาจออกแบบให้เดินวนไปรอบๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน




2. ระยะห่าง: ระยะห่างระหว่างแผ่นทางเดินแต่ละก้าวควรเป็นระยะที่พอดีกับจังหวะการก้าว เพื่อให้ก้าวเท้าได้สะดวก เดินชมสวนได้สบาย แนะนำให้ห่างประมาณ 30-50 ซม. (วัดจากจุดศูนย์กลางแผ่นทางเดิน) จะเป็นระยะที่พอดีที่สุด




3. วัสดุ: วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่ต่างกัน ทั้งพื้นผิว สีสัน ลวดลาย ความทนทาน รวมถึงความยากง่ายในการติดตั้งและดูแลรักษา จึงควรพิจารณาเลือกให้เหมาะกับตัวเองที่สุด ทั้งนี้มีข้อควรระวังคือต้องเลือกวัสดุปูทางเดินที่ผิวไม่ลื่น เพราะสวนเป็นบริเวณที่ต้องเปียกน้ำบ่อยๆ ทั้งจากการรดน้ำต้นไม้และจากฝนที่ตกลงมา ถ้าวัสดุมีผิวลื่นอาจเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ง่าย

- หิน: เช่น หินทราย หินศิลาแลง จะให้อารมณ์สวยดิบแบบธรรมชาติ แข็งแรงทนทาน แต่มีข้อจำกัดคือหินแต่ละแผ่นอาจมีสีสันและลวดลายไม่เหมือนกัน เพราะเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ



- กรวด: จุดเด่นคือสามารถนำมาจัดวางได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียบง่าย และแบบที่เป็นลวดลายแปลกตา รวมถึงสามารถนำมาตกแต่งแซมกับหินและวัสดุอื่นๆ ได้ด้วย แต่ทางเดินที่ทำจากกรวดอาจทำความสะอาดยากสักหน่อย เพราะจะมีซอกมุมค่อนข้างเยอะ




- ไม้: สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ เข้ากับสวนได้หลากหลายสไตล์ และยังตกแต่งให้สวยงามได้หลายรูปแบบ แต่เมื่อถูกแดดฝนบ่อยๆ ไม้ก็อาจมีปัญหาผุกร่อนหรือโก่งบวมได้




- วัสดุทดแทนไม้: ให้ความสวยงามสไตล์ธรรมชาติเช่นเดียวกับไม้ แต่มีความทนทานต่อสภาพอากาศมากกว่า จึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่มีปัญหาผุกร่อนโก่งบวม นอกจากนี้ การติดตั้งและการดูแลรักษาก็ทำได้ง่ายกว่า




- ซีเมนต์: จุดเด่นอยู่ที่ความทนทาน ใช้งานง่าย แต่มีความเป็นธรรมชาติน้อยกว่าวัสดุชนิดอื่น โดยทางเดินซีเมนต์ที่นิยมใช้มี 2 รูปแบบ ได้แก่
1. แผ่นทางเดินซีเมนต์สำเร็จรูป ซึ่งข้อดีคือสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว ขนาดได้มาตรฐานเท่ากันทุกชิ้น
2. บล็อกทางเดินซีเมนต์แบบ DIY ซึ่งจะต้องหล่อซีเมนต์ในแม่พิมพ์ทีละชิ้นๆ ข้อดีคือสามารถสร้างสรรค์ทางเดินแบบที่ชอบได้อย่างอิสระ แต่อาจไม่เหมาะกับสวนขนาดใหญ่ๆ เพราะใช้เวลาทำค่อนข้างนาน




4. ดีไซน์: สามารถออกแบบให้สวยงามได้ตามใจต้องการ แต่อย่าลืมคำนึงถึงความสอดคล้องกับสไตล์ของบ้านและสไตล์การจัดสวน และอย่าลืมเลือกขนาดของแผ่นทางเดินให้พอเหมาะกับพื้นที่ในสวนด้วย




นอกจากเคล็ดลับการทำทางเดินในสวนที่เรานำมาฝากกันแล้ว ทีมงานเฌอร่ายังมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและสวนให้ติดตามกันอีกเพียบ แวะมาอ่านกันได้ link ด้านล่างนี้นะคะ