20 พฤษภาคม 2560

7 จุดต้องใส่ใจ เพื่อบ้านไร้ปัญหาตลอดหน้าฝน

ฤดูฝน เป็นฤดูที่บ้านต้องเผชิญกับทั้งฝนตกหนักและลมแรงมากกว่าฤดูอื่นๆ หากบ้านเรามีปัญหา เช่น หลังคารั่วซึม ผนังแตกร้าว ท่อระบายน้ำอุดตัน ก็จะทำให้บ้านได้รับความเสียหายมากเป็นพิเศษ และหากไม่รีบแก้ไข ปัญหาดังกล่าวก็อาจลุกลามหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เราจึงควรรีบตรวจสอบและซ่อมแซมจุดสำคัญต่างๆ เหล่านี้ อย่างรอบคอบ


1. หลังคา: มักเกิดปัญหารั่วซึมจากบริเวณรอยต่อของหลังคา เช่น แนวซ้อนทับของกระเบื้อง ครอบสันหลังคา รอยต่อหลังคาชนผนัง เราจึงควรตรวจเช็ครอยต่อทุกจุดอย่างรอบคอบ หากพบว่ามีจุดรั่วหรือมีรอยแตกร้าวต้องรีบแก้ไขทันที หากมีกระเบื้องหลังคาแผ่นใดแตกหักหรือเสียหายก็ให้รีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนกระเบื้องแผ่นใหม่ และหากรางน้ำฝนมีใบไม้หรือขยะอุดตันให้รีบกำจัดออก อย่าปล่อยให้อุดตัน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ระบายน้ำฝนลงจากหลังคาไม่ทัน จนน้ำไหลย้อนเข้าไปทำให้ฝ้าเพดานเสียหายได้






2. ผนัง: เมื่อผนังมีรอยแตกร้าว น้ำฝนก็จะสามารถรั่วซึมเข้ามาได้ หากตรวจสอบพบรอยแตกร้าว แนะนำให้ซ่อมแซมโดยพิจารณาจากลักษณะและขนาดของรอยแตกเป็นหลัก เช่น หากเป็นรอยแตกลายงาหรือรอยแตกขนาดเล็กๆ สามารถใช้ซีเมนต์กันซึม อะคริลิกกันซึม หรือโพลียูรีเทนกันซึม ทาเพื่อปกปิดรอยแตกได้ แต่หากเป็นรอยที่มีขนาดมากกว่า 1 มม. ขึ้นไป หรือรอยแตกลึก จะต้องอุดซ่อมให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงทากันซึมทับ เป็นต้น






3. ประตูและหน้าต่าง: ปัญหารั่วซึมที่พบบ่อยๆ เกิดจาก 2 ทาง ได้แก่ ทางรอยต่อระหว่างวงกบประตู/หน้าต่างกับผนังซีเมนต์ และทางรอยร้าวของผนังบริเวณขอบมุมวงกบ หากตรวจพบรอยต่อหรือรอยแตก สามารถซ่อมแซมได้ด้วยซีลแลนท์ประเภทโพลียูรีเทน



นอกจากนี้ ประตู หน้าต่าง และวงกบที่ทำจากไม้ เมื่อถูกฝนสาดอาจทำให้ไม้ชื้นจนเกิดการโก่งบวมหรือเกิดเชื้อราจนต้องซ่อมแซมอยู่บ่อยๆ หากไม่อยากเหนื่อยกับการตามแก้ปัญหาในทุกๆ หน้าฝน ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ทนน้ำ ทนชื้น ทนสภาพอากาศ อย่างบานประตูและวงกบไฟเบอร์ซีเมนต์ เฌอร่า


บานประตูและวงกบไฟเบอร์ซีเมนต์ เฌอร่า


4. พื้นนอกบ้าน: พื้นบริเวณนอกบ้าน เช่น ชานบ้าน ระเบียง ทางเดินในสวน เมื่อถูกฝน ก็มักเกิดตะไคร่น้ำ ทำให้พื้นลื่น เกิดอุบัติเหตุง่าย และดูสกปรกไม่น่ามอง จึงควรขัดทำความสะอาดพื้นเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวคุณ



กรณีที่พื้นนอกบ้านทำจากไม้จริง เมื่อถูกฝนเป็นประจำก็มักมีปัญหาไม้ผุ โก่งบวม หรือเกิดเชื้อราเนื่องจากความชื้นได้ หากใครต้องการความทนทานและความคุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้เลือกปูพื้นนอกบ้านด้วย ไม้พื้นเฌอร่า ที่สวยเหมือนไม้จริง ผลิตจากไฟเบอร์ซีเมนต์มาตรฐานระดับโลก ทำให้เนื้อวัสดุมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อทุกสภาวะ ดูแลรักษาง่าย จึงสวยทน อยู่คู่บ้านคุณได้นาน ไม่หวั่นแม้ต้องเผชิญฝน แดด หรือสภาพอากาศที่รุนแรงจัด




ไม้พื้นเฌอร่า คัลเลอร์ทรู


5. อุปกรณ์ไฟฟ้านอกบ้าน: อย่าลืมตรวจเช็คสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกบ้าน เช่น สายไฟฟ้า โคมไฟ สวิตซ์ไฟ อย่างละเอียด ถ้ามีอุปกรณ์ชิ้นไหนชำรุดหรือเริ่มเสื่อมสภาพ ควรรีบซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนใหม่ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะน้ำฝนเป็นสื่อนำไฟฟ้า หากเกิดเหตุไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร ขณะที่ฝนตก พื้นเปียก หรือตัวเปียก ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต






6. ท่อระบายน้ำ: หมั่นตรวจสอบท่อระบายน้ำรอบบริเวณบ้าน หากพบว่ามีใบไม้ ดินโคลน หรือเศษขยะอุดตันอยู่ภายในท่อต้องรีบเอาออก เพราะหากปล่อยให้อุดตันมากๆ เมื่อฝนตกหนักๆ ท่อก็อาจระบายน้ำไม่ทัน จนทำให้น้ำจากท่อเอ่อล้นขึ้นมาได้




7. สวน: ถ้ามีกิ่งไม้ขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับตัวบ้านหรือที่จอดรถ แนะนำให้ตัดออกให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้น หากฝนตกหนักหรือเกิดพายุ กิ่งไม้อาจหักโค่นลงมาทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ สำหรับบ้านไหนที่เพิ่งปลูกต้นไม้ใหม่ลงดิน แนะนำให้ทำค้ำยัน เพื่อช่วยพยุงต้นไม้ไม่ให้ล้มหรือหักง่ายเมื่อต้องเผชิญพายุฝน
ที่สำคัญ ต้องคอยตัดแต่งต้นไม้และหญ้าในสวนไม่ให้รกทึบ สวนของคุณจะได้ไม่กลายเป็นที่อยู่อาศัยของงู แมงป่อง หรือสัตว์ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ที่หนีน้ำเข้ามา




แค่ใส่ใจดูแลส่วนต่างๆ ของบ้านให้ครบทั้ง 7 จุดที่กล่าวมา ก็อุ่นใจได้อีกขั้นแล้วว่าบ้านคุณจะปลอดภัยจากสารพัดปัญหากวนใจไปตลอดหน้าฝนนี้ค่ะ